บันทึกต่างแดน ตอน ๒ : "หว่อ ปู้ ต๋ง" 
 
 
สถานที่อโคจรของไต้หวัน (ผับ) ที่พวกเราชอบไป! ฮ่ะๆ ..แหม่ก็มาเรียนต่างประเทศทั้งทีจะให้นอนกุมเป้าเกาตูดอยู่ที่ห้องไปวันๆ ได้อย่างไร ว่าแล้วพวกเรานักเรียนไทยก็ออกโคจร .. 
ห๊า!! เสียค่าเข้าคนละ ๔๐๐ บาท นี่ผมมาผับหรือมาสวนสยามว่ะเนียมีค่าบัตรผ่านประตู 

"เอ่อแล้ว ๔๐๐ บาทเข้าไปได้หม่ำอะไรบ้างครับ" ผมถามพนักงานเป็นภาษาอังกฤษและภาษามือ!
"ก็มีเบียร์และเครื่องดื่มให้ไม่อั้น"
"...เมื่อกี้ยูพูดว่าไม่อั้น ?" ผมย้ำสิ่งที่หูได้ยิน
"ใช่ๆ ไม่อั้น"

...
ฮึๆ เข้าไปเท่านั้นแหละ กระป๋องเบียร์กองเป็นภูเขา (สมัยที่ผมยังดื่ม)
ใครใคร่ไปเอียวสาวไต้หวันก็ไปเถอะ ผมนั่งตรงเคาน์เตอร์สบตาพนักงานเครื่องดื่มนี่แหละ
ลองมันหมดทุกอย่าง อะไรที่เป็นน้ำๆ กูแดกหมด 

พวกหนุ่มสาวไต้หวันที่จะมาเที่ยวจะไม่เน้นดื่ม เน้นเต้นและเน้นสานสัมพันธ์หนุ่มสาวกัน พอพวกเราได้ที่ (บอกก่อนว่าผับที่นี่เหมือนผับไทยสมัยก่อน คือ จะมีฟอร์กว้างๆ ให้เราเอาหัวไปปักแล้วหมุนได้ตามสบาย) พวกเราก็เดินออกไปกางฟอร์ ถอยๆ เดี๋ยวอดีตเท้าไฟแห่งยุคแรพเตอร์และพี่ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง จะโชว์ ... ว่าแล้วพวกเรานักเรียนไทยก็โชว์เทพอย่างไม่อายผีสางนางไม้ที่ไหน ทำเอาวัยรุ่นไต้หวันยืนงงไป ๘ วินาที ... ก่อนที่ทั้งหมดจะเต้นตามพวกเราแบบงงๆ 

ท่าไม้ตาย เราเกาะกันเป็นรถไฟกระโดดไปทั่วร้าน พาเอาคนอื่นต้องมาเกาะด้วย ระหว่างที่เราเล่นรถไฟกัน พนักงานร้านคงคิดในใจว่า พวกมึงจ่าย ๔๐๐ แต่แดกและเต้นไป ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทเลยนะนั้น
 
เต้นเสร็จพวกเราก็กลับมานั่งและดื่มกันต่อ 
ระหว่างที่นั่งอยู่นั้น ก็มีสาวไต้หวันคนหนึ่งมานั่งข้างๆ พูดอะไรไม่รู้ (ตอนนั้นภาษาจีนยังอ่อนหัด ... เอ่อ ตอนนี้ก็ยังอ่อนหัดครับ) ผมพยายามบอกเธอว่า "หว่อ ปู้ ต๋ง" (ผมไม่เข้าใจ เป็นศัพท์จีนที่ผมท่องไว้กันตาย) "หว่อ ปู๋ ต๋ง" ... เธอไม่ต๋งด้วย จับมือผมและลากไปกลางฟอร์ ... เต้นแนบชิดกายผม แบบว่าถ้าผมเป็นเทียนไขคงละลายเป็นน้ำตาเทียนแน่นอน มึงจะถูไปไหนเนี่ย ถูจนยักษ์จะออกมาจากตะเกียงกูแล้ว... "ยูๆ ยูๆ" (ผมพยายามเรียกเธอ) แต่เธอไม่สนใจถูๆ หากมีแป้งมาทาที่หน้าแข้งผมคงได้เลขเด็ดไปเลยทีเดียว 

"เฮ้! ยู" ... เธอหยุดหันมาทางผม ผมมองหน้าเธอก่อนจะนึกศัพท์ภาษาจีน คือ ตอนนั้นผมพูดได้แค่ สามประโยค คือ ๑.หว่อปู้ต๋ง (ผมไม่เข้าใจ) ๒. หว่ออ้ายนี (ผมรักคุณ) และ ๓. เจ่า อัน (สวัสดีตอนเช้า) ...
 
เอ่อกูจะพูดประโยคไหนดีว่ะ หากเลือก ๒. เดี๋ยวจะเรื่องยาว หากเรื่อง ๓. เธอก็คงจะงงว่ามึงจะมาสวัสดีตอนเช้าทำไม ว่าแล้วผมก็ทำตาหวานซึ้งให้เธอ ก่อนจะพูดว่า "หว่อปู้ต๋ง" ....
เธองงแดกครับ อะไรของมึงว่ะ "หว่อ ปู้ ต๋ง" ...
เอ่อ ต๋งก็ต๋ง และเธอก็ดอลลี่ไปอย่างสงบ... 

 
วิษณ์ (บอย)
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet