เงยหน้าอีกครั้ง

posted on 12 Jun 2013 07:49 by smobook
 
"จงระบายความโศกเศร้าผ่านท้องฟ้า
จงเงยหน้าส่งความฝันผ่านดวงตา
จงก้าวเดินตามทางของเวลา
จงเงยหน้าอีกครั้งสู่ความจริง" 

บันทึกดึกๆ ๑๑.๖.๕๖
วิษณ์ (บอย)
บันทึกต่างแดน ตอน ๒ : "หว่อ ปู้ ต๋ง" 
 
 
สถานที่อโคจรของไต้หวัน (ผับ) ที่พวกเราชอบไป! ฮ่ะๆ ..แหม่ก็มาเรียนต่างประเทศทั้งทีจะให้นอนกุมเป้าเกาตูดอยู่ที่ห้องไปวันๆ ได้อย่างไร ว่าแล้วพวกเรานักเรียนไทยก็ออกโคจร .. 
ห๊า!! เสียค่าเข้าคนละ ๔๐๐ บาท นี่ผมมาผับหรือมาสวนสยามว่ะเนียมีค่าบัตรผ่านประตู 

"เอ่อแล้ว ๔๐๐ บาทเข้าไปได้หม่ำอะไรบ้างครับ" ผมถามพนักงานเป็นภาษาอังกฤษและภาษามือ!
"ก็มีเบียร์และเครื่องดื่มให้ไม่อั้น"
"...เมื่อกี้ยูพูดว่าไม่อั้น ?" ผมย้ำสิ่งที่หูได้ยิน
"ใช่ๆ ไม่อั้น"

...
ฮึๆ เข้าไปเท่านั้นแหละ กระป๋องเบียร์กองเป็นภูเขา (สมัยที่ผมยังดื่ม)
ใครใคร่ไปเอียวสาวไต้หวันก็ไปเถอะ ผมนั่งตรงเคาน์เตอร์สบตาพนักงานเครื่องดื่มนี่แหละ
ลองมันหมดทุกอย่าง อะไรที่เป็นน้ำๆ กูแดกหมด 

พวกหนุ่มสาวไต้หวันที่จะมาเที่ยวจะไม่เน้นดื่ม เน้นเต้นและเน้นสานสัมพันธ์หนุ่มสาวกัน พอพวกเราได้ที่ (บอกก่อนว่าผับที่นี่เหมือนผับไทยสมัยก่อน คือ จะมีฟอร์กว้างๆ ให้เราเอาหัวไปปักแล้วหมุนได้ตามสบาย) พวกเราก็เดินออกไปกางฟอร์ ถอยๆ เดี๋ยวอดีตเท้าไฟแห่งยุคแรพเตอร์และพี่ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง จะโชว์ ... ว่าแล้วพวกเรานักเรียนไทยก็โชว์เทพอย่างไม่อายผีสางนางไม้ที่ไหน ทำเอาวัยรุ่นไต้หวันยืนงงไป ๘ วินาที ... ก่อนที่ทั้งหมดจะเต้นตามพวกเราแบบงงๆ 

ท่าไม้ตาย เราเกาะกันเป็นรถไฟกระโดดไปทั่วร้าน พาเอาคนอื่นต้องมาเกาะด้วย ระหว่างที่เราเล่นรถไฟกัน พนักงานร้านคงคิดในใจว่า พวกมึงจ่าย ๔๐๐ แต่แดกและเต้นไป ๒๐,๐๐๐ กว่าบาทเลยนะนั้น
 
เต้นเสร็จพวกเราก็กลับมานั่งและดื่มกันต่อ 
ระหว่างที่นั่งอยู่นั้น ก็มีสาวไต้หวันคนหนึ่งมานั่งข้างๆ พูดอะไรไม่รู้ (ตอนนั้นภาษาจีนยังอ่อนหัด ... เอ่อ ตอนนี้ก็ยังอ่อนหัดครับ) ผมพยายามบอกเธอว่า "หว่อ ปู้ ต๋ง" (ผมไม่เข้าใจ เป็นศัพท์จีนที่ผมท่องไว้กันตาย) "หว่อ ปู๋ ต๋ง" ... เธอไม่ต๋งด้วย จับมือผมและลากไปกลางฟอร์ ... เต้นแนบชิดกายผม แบบว่าถ้าผมเป็นเทียนไขคงละลายเป็นน้ำตาเทียนแน่นอน มึงจะถูไปไหนเนี่ย ถูจนยักษ์จะออกมาจากตะเกียงกูแล้ว... "ยูๆ ยูๆ" (ผมพยายามเรียกเธอ) แต่เธอไม่สนใจถูๆ หากมีแป้งมาทาที่หน้าแข้งผมคงได้เลขเด็ดไปเลยทีเดียว 

"เฮ้! ยู" ... เธอหยุดหันมาทางผม ผมมองหน้าเธอก่อนจะนึกศัพท์ภาษาจีน คือ ตอนนั้นผมพูดได้แค่ สามประโยค คือ ๑.หว่อปู้ต๋ง (ผมไม่เข้าใจ) ๒. หว่ออ้ายนี (ผมรักคุณ) และ ๓. เจ่า อัน (สวัสดีตอนเช้า) ...
 
เอ่อกูจะพูดประโยคไหนดีว่ะ หากเลือก ๒. เดี๋ยวจะเรื่องยาว หากเรื่อง ๓. เธอก็คงจะงงว่ามึงจะมาสวัสดีตอนเช้าทำไม ว่าแล้วผมก็ทำตาหวานซึ้งให้เธอ ก่อนจะพูดว่า "หว่อปู้ต๋ง" ....
เธองงแดกครับ อะไรของมึงว่ะ "หว่อ ปู้ ต๋ง" ...
เอ่อ ต๋งก็ต๋ง และเธอก็ดอลลี่ไปอย่างสงบ... 

 
วิษณ์ (บอย)
 
 

 

บันทึกต่างแดน ตอน ๑: "กูประเทศกำลังพัฒนา"

สมัยที่เตะบอลอยู่ไต้หวันและฮ่องกง ทุกครั้งที่เตะเสร็จพวกเราก็จะไปอาบน้ำ 
ทั้งสองประเทศเหมือนกันคือ ห้องอาบน้ำมีแค่ฝักบัวเรียงๆ กัน ไม่มีอะไรมาบดบังอนาคอนด้าของเราเลย แน่นอน! ไม่แปลกสำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากไทย แต่สำหรับผมแรกๆ ก็เขินๆ และไม่กล้าประกาศศักดิ์ดาความเป็นไทยให้เพื่อนร่วมโลกรู้ 

แต่ในเมื่อเข้าเมืองอนาคอนด้าก็ต้องอนาคอนด้าตาม ถอดก็ถอด ... 
เปลื้องผ้าหมดรีบแจ่นไปเปิดฝักบัวอาบน้ำ
ขณะที่กำลังถูๆ อย่างรวดเร็วก็มีเหมือนมีใครสักคนมาสะกิด
เจ็ดโด้ว! มึงจะมาสะกิดกูอะไรตอนนี้ หันไปเจอเพื่อนชาวอเมริกัน หันมาถามว่า "ยูมียาสระผมไหม" ... เอ่อๆ มี เอาไป (แล้วรีบๆ ไปซะ) .. มึง! ไม่ไป! สระหัวอยู่ข้างๆ แล้วมาชวนกูคุยอีก เอ่อแบบว่ากูเพิ่งเคยแก้ผ้าอาบน้ำกับคนอื่นแบบมึงๆ เข้าใจไหม จะมาซักประวัติชวนคุยอะไรตอนนี้ ...
 
"เฮ้! บอยมียาสระผม" อเมริกันหัวสบู่เอ่ยบอกเพื่อนๆ ในทีมคนอื่นให้มาเอายาสระผมที่นี่ 

ฮึๆ มากันจริงๆ ครับสามคน! ... เป็นประสบการณ์อาบน้ำครั้งแรกที่ทำให้ผม ไม่กลัวการแก้ผ้าอาบน้ำกับคนอื่นอีกเลย

ป.ล. ก่อนหน้านี้เคยไปเปลื้องผ้าแช่น้ำร้อนที่โตเกียวมาแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งนั้นไม่เท่าไร เพราะ เราแก้แล้วลงแช่เลย มีม่านผิวน้ำบดบังเอกราชของเราอยู่
แต่ครั้งนี้มันแบบเปิดประทุนคุยกัน
ว่าแต่พวกมึงมองอะไรกันครับ...เอ่อ..เอ่อ.. คือ เข้าใจไหมว่า "กูประเทศกำลังพัฒนา"

 
บันทึก : วิษณ์ (บอย)
 
 

 
 

บันทึกหนาวเย็น ๐๗

posted on 17 Apr 2013 01:35 by smobook
บันทึกหนาวเย็น ๐๗: 

ขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหลกับความอบอุ่นของผ้าห่มและเตียงไฟฟ้า
ผมออกมายืนอยู่ริมระเบียงห้อง
มองภาพของภูเขาที่พวกเราจะต้องไปเดินในตอนเช้า, เมฆหมอกที่บดบังภูเขาในตอนเย็นหายไปหมด ทำให้ภาพของภูเขาได้ออกมาแสดงตัวอย่างชัดเจน
 
พี่ฉือถ้วยบอกพวกเราว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นที่นับถือของคนที่นี่มาก ...
ท่ามกลางอากาศที่หนาว ผมยืนมองภูเขาอย่างสงบและส่งจิตแสดงความเคารพไปถึงพวกเขา, อีกครั้งที่เราจะได้พบกัน
 
ในความหนาว ในความเงียบ อีกครั้งเช่นกันที่ผมนึกถึงใครคนหนึ่ง, เธอกำลังยิ้มอยู่ท่ามกลางหิมะ เธอกำลังหัวเราะส่งเสียงแห่งความสุขไปทั่วบริเวณภูเขาหิมะเหล่านั้น ส่วนผมกำลังยืนอยู่กลางความฝันของเธอ
 
 
วิษณ์ (บอย)
 
 
 
 
...
บันทึกหนาวเย็น ตอน ๐๖: 
 
"การเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผมเห็นความง่ายของชีวิตมากขึ้น 
มองเห็นความธรรมดาของผู้คน 

ผมได้ลองคิด พูด แสดงออก ให้แก่ผู้คนรอบข้าง ผู้ร่วมเดินทาง 
จนได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่มีความหมายแก่ตัวเอง 

ยิ่งเดินทางยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ผมพยายามปะติปะต่อเี่กี่ยวกับมนุษย์มากขึ้น 
โดยเฉพาะ 'ความง่าย' และ 'ความธรรมดา' ของมนุษย์เรา,

"เพราะคิดจึงเกิด" มันเป็นแบบนั้นจริงๆ 
หลากหลายชีวิตพยายามวิ่งเข้าหาความสมบูรณ์ของตัวเอง 
วิ่งเข้าหาการมีตัวตนของตัวเอง วิ่งเข้าหาสิ่งที่กำลังหลอกตัวเอง 
ความสุขสมบูรณ์มีอยู่แล้วในตัวตน 
 
วิษณ์ (บอย)
 
 

ปลายทางของตนเอง

posted on 01 Apr 2013 12:57 by smobook
บันทึก ๑.๔.๕๖ : 
"เราทุกคนที่นี่ รู้สถานีปลายทางของตนเอง, คนที่ไม่รู้สถานีนี่สิ คงเป็นเ่รื่องแปลก" :  

ผมตัดสินใจนั่ง Taxi จากที่พักมายัง Airport link - หากที่จอดที่นี่ ปลอดภัย และมีระเบียบกว่านี้ ผมคงเลือกที่จะเอารถมาจอดที่นี่ - ต่อ BTS ที่สถานีพญาไท 

ผู้คนเบียดกันเป็นปลากระป๋อง แต่ 'เธอ' หญิงสาวที่กำลังมีความสุขกับการฟังเพลงผ่านไอโฟนของเธอ โลกข้างนอกปล่อยมันเป็นไปตามทาง โลกภายในขอล่องลอยไปกับบทเพลง - บางครั้งผมก็ชอบอารมณ์แบบนี้เหมือนกัน - ภาพวุ่นวายตรงหน้า , เป็นภาพที่ไม่มีเสียงสำหรับเรา 

เมื่อถึงสถานีจุดหมายของแต่ละคน เราก็ต้องแยกย้ายกัน 
มองภาพที่ไม่เสียงเหล่านั้น ถามตัวเองเสมอว่า "เรากำลังยืนทำอะไรอยู่ ณ ที่นี่" 
หยิบ "ซัมซุง" ของตัวเองขึ้นมา เสียบหูฟัง เลือก track เพลงของ Sonic Youth 

ทำภาระกิจเสร็จ เดินทางกลับย้อนทางเดิม เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งชาวญี่ปุ่น กำลังยืนเถียงกับ Taxi หน้าทางขึ้นสถานี ศาลาแดง - ผมเดินเข้าไปสอบถาม เผือจะช่่วยอะไรได้ ... นักเที่ยวญี่ปุ่น ๖ คนต้องการขึ้น Taxi คันเดียว แต่คนขับไม่ยอมไป สุดท้ายคนขับ Taxi บอกว่าให้ผมช่วยพาพวกเขาไปขึ้นรถไฟฟ้า 

บนรถไฟฟ้า ภาพเดิม ต่างตัวละคร 
จำนวนคนน้อยกว่าตอนเช้า ปลากระป๋องหายไป
ลงสถานีพญาไท ต่อ Airport link - ไปยังสถานีปลายทางที่ผมต้องการ 

บันทึก 
วิษณ์ (บอย)
 
 


 
บันทึก เช้า ๑๙.๐๓.๕๖: 
 
 
ระเบียงหลังห้องคอนโดฯ ผมสามารถมองเห็นทุ่งนา และพระอาทิตย์ยามเช้าได้ (นี่เป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจซื้อคอนโดห้องนี้) ...
 
ผมชอบยืนดูแสงของพระอาทิตย์ตอนเช้า มันดูบางเบา งดงาม และผ่อนคลาย -
มันเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น และบอกให้ผมรู้ว่า "ทุกอย่าง มีความหวังเสมอ"
 
เดินเท้า ๓ กิโลเมตร ผ่านทุ่งนาตอนเช้า มาที่ที่ทำงาน
เพื่อรอคอยการเดินทาง
 
วิษณ์ (บอย)
บันทึกขุนเขาต่างแดน ๐๒
 
 
"การเดินเขาจะตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อพบทางแยก -
เมื่อไม่มีแผนที่เราก็ต้องใช้การคาดเดา ...
เดาจากประสบการณ์ของเราเองนั้นแหละ" 
 
 
 
วิษณ์ (บอย)
@บันเทิงเชิงเขาในต่างแดน
 
 
 
บันทึกขุนเขาต่างแดน ๐๑

 
"ระหว่างก่อนที่จะไปต่อรถตู้เ พื่อไปยังเส้นทางเดินเขาแห่งเมื องไซกุง (Sai Kung)
ผมมองภาพด้านหน้า สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นภูเขาที่อยู่ข้างหน้าได้เลย 
 
ไม่ผิดแต่อย่างใด ที่ใครจะชื่นชอบเส้นทางไหน 
ตึกตระหง่านฟ้าอาจจะเป็นสวรรค์ของบางคน ซึ่งไม่ต่างจากผมที่โปรดปรานขุนเขาลูกมหึมา"
 
 
วิษณ์ (บอย)
@ บันเทิงเชิงเขาในต่างแดน





จงรักกัน

posted on 07 Jul 2012 12:06 by smobook
ชายไทยคนหนึ่งเดินทางมาทำงานที่ฮ่องกง และได้พบรักกับสาวฮ่องกง
ทั้งคู่แต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน ๑ คน
 
หลังจากนั้นสามปี ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะกลับมาอยู่ที่ไทย
มีชีวิตแบบพอเพียงในต่างจังหวัด
 
แต่วันเดินทาง เกิดประสบอุบัติเหตุ ภรรยาเสียชีวิต !
 
ทุกวันนี้ฝ่ายชายเลี้ยงลูกวัยสามขวบเพียงลำพังอยู่ ตจว. ในไทย
"ความรักที่ยังคงอยู่" เขาไม่ได้มอบแค่ความรักในฐานะพ่อให้แก่ลูกชายตัวน้อยของเขา แต่ยังคงดูแลโดยเปรียบเสมือนได้มอบความรักให้แก่ของภรรยาของเขาที่เสียไปด้วย
 
"ทุกครั้งที่พี่มองไปที่ลูก พี่เห็นแฟนพี่อยู่ในตัวของเขา" - พี่ชายคนหนึ่งบอกผม
........
 
"จงรักกัน ในวันที่เรายังอยู่ด้วยกัน"
ประโยคหนึ่งที่ผมจดใส่สมุดหลังจากที่ได้คุยกับพี่ชายคนนี้ :
 
วิษณ์ (บอย)
@ ฮ่องกง
 
 
"